Feedback เป็นเรื่องของหัวหน้าอย่างเดียวหรือเปล่า?
เชื่อว่าหลายๆคนที่ทำงานอยู่ ต้องเคยได้ยินคำว่า Feedback บ่อยมากจนรู้สึกคุ้นชินและไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไร
ยิ่งเป็นพนักงานออฟฟิศด้วยแล้ว ถ้าคำนี้มาจากหัวหน้าของเราเมื่อไหร่แล้วละก็ คงสร้างความรู้สึกหวั่นใจได้ไม่มากก็น้อย…
อาจเป็นเพราะในสังคมไทยเราสร้างกรอบความรู้สึกกับคำว่า Feedback ว่าเป็นการให้ข้อคิดเห็นแบบวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิมากกว่าชม
และสิ่งที่น่าแปลกคือ คนเรามักจะรู้สึกเคอะเขินที่จะชมใครแต่ถ้าเป็นการตำหนิละก็…เชื่อว่าสามารถพูดหรือคิดออกมาได้อย่างพรั่งพรู
ในขณะที่คำว่า Feedback สร้างความรู้สึกลบได้มากกว่าบวก แต่กลับเป็นสิ่งที่หลายองค์กรอยากทำให้เกิดขึ้นในการทำงาน เพราะที่จริงแล้วการ Feedback คือ การสะท้อน
และการสะท้อนนี้อาจจะทำให้เราเห็นในจุดที่เราไม่เคยเห็นตัวเองมาก่อน และนั่นจะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการทำงานในที่สุด
ทฤษฎีและบทความมากมายที่อธิบายว่า Feedback ที่ดี หัวหน้าควรทำอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
แต่สิ่งที่อยากจะชวนคิดไปมากกว่านั้น คือ การ Feedback เป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่ต้องมอบให้ลูกน้องเพื่อการพัฒนาฝ่ายเดียวหรือเปล่า
หรือที่จริงแล้วลูกน้องสามารถสะท้อนการทำงานของหัวหน้าได้เช่นกัน เพื่อการพัฒนาทีมที่ดีกว่า
การ Feedback ที่ดีต้องเป็นการสื่อสารแบบสองทาง (2-way communication)
เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกอะไรถ้าลูกน้องจะให้ Feedback สะท้อนกลับไปที่หัวหน้าบ้าง แต่จะทำอย่างไรละ ที่จะสามารถสะท้อนการทำงานของหัวหน้ากลับไปได้อย่างเหมาะสม และตัวลูกน้องเองไม่เดือดร้อน

จริงๆแล้วมีคำคำนึงที่อยากให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น คือคำว่า “ Assertive Communication”
คำนี้ไม่แน่ใจว่าจะแปลเป็นภาษาไทยสั้นๆได้ว่าอย่างไร แต่ด้วยความหมายแล้ว สามารถอธิบายได้ว่า เป็นการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา แสดงออกและ
ยืนหยัดถึงความรู้สึก ความคิดเห็นของเราอย่างครบถ้วน โดยที่ยังคงมีความสุภาพและความเคารพผู้ฟังอย่างครบถ้วน เชื่อว่าถ้าลูกน้องทุกคนทำความเข้าใจคำนี้ได้อย่างดีการสร้างวาทศิลป์เพื่อ สะท้อน หรือ ให้ Feedback หัวหน้าอย่างเหมาะสม คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร เราจะเป็นคนที่พูดตรงไปตรงมาและยังมีความสุภาพ
ซึ่งนั่นจะทำให้เรายังคงได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ตามกรอบสังคมไทยเป็นแน่แท้